ประชากรส่วนใหญ่ มีอาชีพเกษตรกรรม ทำนาข้าว ปลูกพืชไร่มีบ้างแต่ไม่มาก เช่น ข้าวโพด อ้อย ดอกมะลิ สวนผลไม้
ฐานะโดยรวม อยู่กันอย่างพอเพียง ไม่ถึงกับขัดสนยากจนค่นแค้น
แต่ก็ไม่ใช่เศรษฐี กำลังทรัพย์ กำลังซื้อมีไม่มาก
เพราะอาชีพเกษตรกรในประเทศไทย หายากที่จะสามารถทำจนร่ำรวยได้
สำหรับการจัดงานครั้งนี้ ชาวชุมชนให้ความร่วมมือ ร่วมแรงร่วมใจกันดีมาก
หลังจากที่แกนนำของชุมชนมอญ จำนวน 5 หมู่ ในเขต ต. คุ้งพยอม ได้ประชุมปรึกษาหารือกัน
กำหนดรูปแบบงานกันออกมา และแบ่งหน้าที่กันทำ ชาวบ้านให้ความร่วมมือกันเต็มที่
เรื่องการจัดสถานที่ ต้องใช้วัสดุอุปกรณ์อะไร
หากที่บ้านใครมี ต่างก็ไม่ลังเล รีบเสนอให้ไปเอาที่บ้านเขาได้เลย
เช่น ต้องการทางมะพร้าว หลายร้อยใบ ใช้ไม้ไผ่ตง ไผ่รวก สำหรับทำซุ้มปะรำต่างๆ
หลายบ้านบอก ให้ไปตัดเอาที่บ้านเขาได้เลย ไม่มีการคิดเงิน
หลายบ้านเสนอจะทำแกง(อาหารมอญโบราณ)มาเลี้ยงในวันงาน
เพื่อเี้ลี้ยงกันทั้งหมู่บ้านและเผื่อมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมงานด้วย
ตอนนี้ มีเสนอเข้ามาได้แล้ว 22 หม้อใหญ่
เครื่องปรุงที่เป็นผักพื้นบ้าน ไม่ต้องหาซื้อ บ้านใครมีก็เสนอให้ไปเอามาใช้ได้เลย
โดยเฉพาะข้าว ยิ่งหาได้ไม่ยาก เพราะแทบทุกบ้านทำนาปลูกข้าว
ทุกบ้านยินดีส่งเข้ามาร่วมสบทบ ฟืนก็มีหลาย ทำกันเองแทบทุกบ้าน
การจัดสถานที่ ชาวชุมชนหลายคนที่ว่างจากงานในนา ในไร่
พากันไปช่วยกันเก็บกวาดบริเวณลาดวัดกันแล้ว
สัปดาห์ก่อน ช่วยกัน ตัดหญ้า ตกแต่งต้นไม้ ย้ายของเกะกะ ฯลฯ
ทั้งๆ ที่ ยังเหลือเวลาอีกตั้งเกือบเดือน ชาวชุมชนก็กระตือรือล้น ไปช่วยกัน
โดยไม่ต้องมีใครออกเดินตะเวณเกณฑ์คนมาช่วย
เพียงท่านเจ้าอาวาสประกาศในวันทำบุญวิสาขบูชา ให้ชาวบ้านรู้ว่า
ชุมชนมอญในตำบลเราจะจัดงานเทศกาลสงกรานต์
ทุกคนก็ตื่นเต้นดีใจ และพร้อมจะให้ความร่วมมือกันเต็มที่
ในวันงาน จะมีการกวนกาละแมแบบฉบับมอญ ต้องกวนกะทะใหญ่ นานกว่า 6-8 ชั่วโมง
บ้านที่ทำเป็น เสนอจะเป็นแม่งานกวน
ทั้งข้าวเหนียวและน้ำตาลจะออกเอง
แต่ติดขัดเรื่องมะพร้าว ต้องใช้ราว 35 ลูก
เพราะปีนี้แล้ง มะพร้าวที่บ้านไม่ออกลูกเลย
พอข่าวต้องการมะพร้าวกระจายออกไป
บ้านไหนมีมะพร้าว ก็ขนเอาไปส่งให้
บ้านละ 5 ลูก 6 ลูก ตอนนี้เอามากองไว้แล้ว 50 กว่าลูกแล้ว
